ความต่างของ Story telling ระหว่างผมและคนญี่ปุ่น
ก่อนอื่นเลย เวลาเราเห็นภาพการ์ตูนหรือเหตุการณ์อะไรสักอย่างนึง สมมุติว่าสัก 4 ช่อง แล้วพอดูเสร็จก็โดนให้เล่าเกี่ยวกับสิ่งที่เห็น การเล่าเรื่องที่ออกมาก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน เช่น บางคนอาจจะสมมุติว่าเป็นเรื่องของเพื่อนจนเอง หรือบางคนอาจจะเปรียบตัวเองเป็นคนในเหตุการณ์ แม้จะแตกต่างกันในมุมมองไหนก็ตาม สิ่งที่ผู้เล่าควรคำนึงถึงคือ ความสนุกและความน่าสนใจของการเล่าเรื่องในคาบเรียน App Jp Ling ที่ผ่านมา อาจารย์ได้ให้ทำกิจกรรมบรรยายภาพ (Story telling) และเปรียบเทียบการบรรยายของเรากับการบรรยายของคนญี่ปุ่น 2 คน
ภาพเหตุการณ์เรื่อง それはひみつです。
ช่อง 1 : ฉันเป็นผู้หญิงที่ศัลยกรรมมา และด้วยความสวยนั้นก็ทำให้มีแฟนหนุ่มหล่อ
ช่อง 2 : เผลอ เลยทำให้แฟนหนุ่มเห็นรูปสมัยก่อนศัลยกรรม แต่ว่า...
ช่อง 3 : แฟนหนุ่มบอกว่า "อะไรกัน เรื่องแค่นั้นเองไม่ต้องไปสนใจหรอก เพราะว่า..."
ช่อง 4 : "ผมก็เป็นแบบนี้(หัวล้าน)" แล้วก็หยิบวิกบนหัวออก แฟนสาวก็ตกใจจนพูดไม่ออก
เมื่อผมฟังที่ตัวเองพูดและเปรียบเทียบกับคนญี่ปุ่น ทำให้เห็นความแตกต่างในการเล่าเรื่องดังนี้
ด้านข้อมูล
ผม :เล่าเรื่องตามรูปและไม่ได้เล่าเสริมข้อมูลเช่น ลักษณะนิสัย เหตุการณ์ที่นำไปสู่ภาพเลยคนญี่ปุ่น : มีการพูดเสริมเกี่ยวกับลักษณะนิสัยของแฟนหนุ่ม เหตุการณ์ที่นำไปสู่รูปที่สอง เช่น
ลักษณะตัวละครในเหตุการณ์
ผม : 整形した美人がいて、その人がかっこいい彼氏ができた。
(มีผู้หญิงศัลยกรรมอยู่คนหนึ่ง เธอมีแฟนหนุ่ม)
คนญี่ปุ่น:
1. でも、実は、 本当の顔があって、その顔はすご~いブスなの
(จริงๆ แล้วแต่ก่อนน่ะน่าเกลียดมาก ๆ ) ← พูดเกี่ยวกับสมัยก่อนศัลยกรรมของผู้หญิงเพิ่มเติม
2. ほんとうにハンサムでやさしくて….もう、彼女にはもったいないぐらいの彼。
(หล่อมาก ๆ แล้วก็ใจดีถึงขนาดที่ว่าน่าเสียดายที่มาคบกับเธอเลยล่ะ) ← พูดเสริมเกี่ยวกับแฟนหนุ่ม
เหตุการณ์ที่คิดขึ้นเองเพื่อนำไปสู่เหตุการณ์ในภาพ
ผม: ある日、その美人が油断して、彼氏に整形の前に取った写真を見られた。
(วันหนึ่งสาวสวยคนนั้นเผลอ และถูกแฟนหนุ่มเห็นภาพที่ถ่ายก่อนศัลยกรรม)
คนญี่ปุ่น:
1. 彼が部屋に来たときに、いつもだったら隠し てあった昔のアルバムの写真を、そのまま机の上に出しちゃって、彼がそれを見ちゃったの。
(ตอนที่แฟนหนุ่มมาห้อง เธอเผลอวางอัลบั้มที่มีรูปสมัยก่อนไว้อยู่บนโต๊ะทั้งๆ ที่ปกติจะซ่อนเอาไว้ จึงทำให้เขาเห็นมัน) ← เสริมว่าเป็นตอนที่มาห้อง (ในรูปไม่ได้ให้ไว้)
ด้านการเล่าเรื่อง
ผม :เล่าตามรูปและตัดจบทันที実は彼も秘密がある。彼้は禿げている。
(จริงๆ แล้วเขาก็มีความลับอยู่ เขาหัวล้าน)
คนญี่ปุ่น :นอกจากมีการเสริมข้อมูลที่กล่าวไป ในช่วงช่องสุดท้ายที่เป็นการเปิดเผยความลับของแฟนหนุ่ม จะไม่ได้พูดความลับออกมา
1. それで、次、彼、何したと思う?彼、自分の髪の毛に手を持っていって、つるって、髪の毛を取ったのよ。そしたら、彼の頭も、つるつるぴかぴかだった の。で「僕もこんなだし」って彼女に見せたのよ。(หลังจากนั้น ต่อไปคิดว่าเขาทำอะไรล่ะ? เขาหยิบผมของตัวเองออก ฟื้บ หยิบผมออกมาเลยนะเทอว์ ! หัวของเขามันวาวส่องประกายวิบวับเลยล่ะ แล้วก็พูดว่าเพราะผมก็เป็นแบบนี้น่ะ)
ด้านคำศัพท์
ผม :นึกคำศัพท์ที่จะใช้ในการบรรยายไม่ออก จึงต้องใช้คำศัพท์ที่รู้ในการอธิบายแทน เช่นวิกผม (かつら) ใช้คำว่า ผม (髪の毛) แทน
คนญี่ปุ่น :เนื่องจากเป็นเจ้าของภาษาจึงไม่มีปัญหาเรื่องคำศัพท์ นอกจากนี้ยังมีการใช้คำเลียนเสียง (オノマトペ) เช่น ピカピカ(วิบวับ) つるつる(ลื่น ๆ)
จากความแตกต่างที่เจอ ทำให้รู้สึกว่าวิธีการพูดของคนญี่ปุ่นที่มีการเสริมรายละเอียด และค่อยๆ พูดเฉลยปมในตอนจบ ทำให้การเล่าเรื่องมีความน่าสนใจขึ้นมาก ดังนั้นหากต้องการปรับปรุงการเล่าเรื่องของตนเองก็จะลองปรับตามตัวอย่างที่เจอในคาบเรียนดู และนอกจากการปรับวิธีพูดแล้ว ยังต้องเพิ่มคลังคำศัพท์เพื่อให้สามารถใช้คำที่เหมาะสมและตรงกับสิ่งที่ต้องการสื่อได้

การวิเคราะห์แบ่งเป็นด้านๆทำให้อ่านเข้าใจง่ายดีจัง มีการแปลความหมายแต่ละช่องก่อนเริ่มวิเคราะห์ด้วย
ตอบลบเห็นด้วยเลยที่บอกว่าคนญี่ปุ่นชอบพูดเสริมรายละเอียดเข้าไปด้วย ทำให้เรื่องน่าสนใจมากขึ้น ในขณะที่ของเราแค่เล่าเรื่องไปตามเหตุการณ์เท่านั้น T T
ตอบลบ